[Fic-Chanho] C.N.N {.Chapter 7.}

posted on 15 Apr 2012 00:44 by yogurttakeabreakt






Chapter 7



C.N.N = ChanNuneo Non-stop {Fighting ;p}
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ความเหน็ดเหนื่อยจากการซ้อมไม่ได้ทำให้ผมเฉื่อยชากับการลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้า แม้จะไม่ได้แต่งตัวหล่อเด้งโดดเด่น แต่กลับต้องแต่งตัวให้ปกติที่สุดเพื่อออกไปตามนัดกับแฟนสาวของผม กึมจี นานๆทีเราจะว่างได้พบกันและแม้ว่าการพบกันแต่ละครั้งจะไม่ได้ยาวนานหรือไปไหนมาไหนได้อิสระเพราะผมเป็นถึงฮวางชานซองของวงทูพีเอ็ม มันคงหวือหวาอะไรมากไม่ได้ ก็เพียงแค่ไปหาเธอที่บ้าน มันดูจะสะดวกและปลอดภัยที่สุดจากสายตานักข่าวและแฟนๆ

 

“ตอนนี้มีพวกแฟนๆอยู่รอบๆ ออกไปตอนนี้จะดีเหรอ ถ้าเกิดถูกตามล่ะ?”พี่คุณที่ตื่นเช้ากว่าใครเพื่อนบอกผมเมื่อผมเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น พี่ชายหน้าหวานนั่งเอกเขนกดูทีวีพร้อมอาหารง่ายๆในมือ

“ถ้าไม่ออกไปตอนนี้ก็คงไม่ต้องออกกันพอดี ยังไงก็คงมีคนรู้อยู่แล้วล่ะนะว่าผมออกจากหอพัก”ผมไหวไหล่อย่างเสียไม่ได้ พี่คุณทำท่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง

 

“ให้พี่ออกไปด้วยไหม? จะได้ดูเหมือนไปฟิตเนสกัน พอถึงหน้าฟิตเนสนายก็แยกไป”พี่คุณเสนอ ผมนิ่งคิดอยู่สักพักก่อนจะตกลง ทุกครั้งเวลาคนในวงจะออกไปหาเพื่อนหรือแฟนก็มักจะช่วยกันอย่างนี้เสมอ อย่างว่าล่ะครับ เกิดเป็นข่าวขึ้นมาคนที่เดือดร้อนก็เป็นอีกฝ่ายไม่ใช่พวกเรา ยังไงเราก็ช่วยกันปกปิดมันให้ถึงที่สุด

“ปะ พร้อมละ”พี่คุณว่าก่อนจะหยิบหมวกมาสวม ถือกระเป๋าที่พวกเราใช้ไปฟิตเนสบ่อยๆ เราสองคนลงลิฟท์และปั่นจักรยานออกจากหอพักเงียบๆ แม้จะมีแฟนคลับที่เริ่มฮือฮาเพราะเห็นพวกเราแล้วก็ตามที

 

“พี่คุณขอบคุณมากครับ ยังไงจะรีบกลับมา พี่รออยู่ที่นี่นะ แล้วกลับพร้อมกัน”ผมว่าก่อนจะยิ้มให้พี่ชายตาโต พี่คุณเพยิดหน้าให้ผมไปส่วนตัวเขาก็ไปเล่นฟิตเนสพลางๆรอผม ผมทิ้งจักรยานไว้และออกทางด้านหลังฟิตเนสและขึ้นรถของแฟนสาวผมที่เพิ่งส่งเมสเสจบอกให้มาเจอกันที่นี่ จะได้ไม่มีใครเห็นผมโดยสมบูรณ์

 

“อรุณสวัสดิ์ ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะ”ผมยิ้มและถอดหมวกออกแต่ยังคงสวมแว่นตากันแดดอยู่ กึมจีที่เป็นคนขับรถยิ้มตอบผม เธอยังดูน่ารักทุกครั้งที่เราเจอกันและไม่มีท่าทีหน่ายผมเลยแม้จะต้องลำบากในบางที

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจพี่นะ ฉันเข้าใจสถานการณ์ดี”เธอว่าอย่างไม่ยี่หระและออกรถ โชคดีที่พ่อแม่ของเธอก็ไม่คัดค้านอะไรและยังคอยช่วยเหลือให้ผมได้มาเจอกับกึมจีและใช้เวลาร่วมกันที่บ้านของเธอ มันทำให้ทุกอย่างราบรื่นไปเยอะเชียวล่ะ

 

เราพูดคุยกัน ต่างเล่าเรื่องของตัวเองในอาทิตย์ที่ผ่านมา กินมื้อเช้าด้วยกันในบ้านของเธอ มันก็ดูจะเป็นอะไรที่เรียบๆแต่สำหรับผมแล้วมันยอดเยี่ยมเลยล่ะที่อย่างน้อยเราได้เจอกันและพูดคุยกัน จับมือกัน เดินไปรอบๆสวนหย่อมเล็กๆ บางทีผมก็อยากที่จะเดทกับเธอในสถานที่ต่างๆ พาเธอไปสวนสนุก ไปดูหนัง นั่งร้านกาแฟที่อบอุ่นๆ แต่เป็นไปได้ยากจริงๆ

 

เสียงเรียกเข้าเมสเสจดังขึ้นทำให้การสนทนาชะงัก ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพบว่าจุนโฮส่งเมสเสจมาหาผมเพื่อเตือนว่าให้รีบกลับมาที่หอพักเตรียมตัวไปซ้อม เวลาก็ช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน เวลาที่ผมจะได้เป็นตัวของตัวเองกับคนอื่นบ้าง เวลาที่ผมจะได้เป็นอิสระมันช่างน้อยเหลือเกิน

“พี่ต้องไปทำงานแล้วสินะคะ”กึมจีเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าของเธอแฝงความเศร้าไว้เล็กๆ ผมลูบหัวของเธอเบาๆและสบกับดวงตากลมบ๊องแบ๊วของแฟนสาว มือของผมเลื่อนลงมาสัมผัสแก้มของเธออย่างเอ็นดู

 

“ขอโทษนะครับ...ที่ไม่เคยมีเวลาให้มากพอ”หญิงสาวตรงหน้ายิ้มให้ผมก่อนจะส่ายหัว “อะไรกันพี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่ามีเวลาให้ฉันมาก ฉันดูพี่ในทีวีตลอดเลยนะ!”ผมหัวเราะ

“งั้นเหรอ? แต่พี่ไม่เห็นเธอเลยนี่”กึมจีหัวเราะอีกก่อนจะเดินนำผมไปที่รถ เธอจะไปส่งผมที่ฟิตเนสและผมก็ต้องปั่นจักรยานกลับพร้อมกับพี่คุณเหมือนตอนขามา ยังพอมีเวลาให้พูดคุยต่ออีกนิดหน่อยสินะก่อนจะต้องกลับซ้อมสุดโหดเพื่อคอนเสิร์ตที่ใกล้เข้ามาทุกที

 

“ฉันจะรอดูพี่อาทิตย์นี้อีกนะคะ ตั้งใจทำงานนะคะสู้ๆ ซ้อมเหนื่อยก็สู้ๆนะคะ พี่ทำได้ค่ะ”เธอเอ่ยขึ้นเมื่อรถมาจอดเทียบที่ประตูด้านหลังของฟิตเนส ผมยิ้มและดึงตัวบอบบางเข้ามากอดแน่น

“ขอบคุณนะกึมจี ขอบคุณที่เข้าใจพี่เสมอ”เรายิ้มและสบตากันอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะจูบเธอที่ริมฝีปากแผ่วเบา ใจผมช่างห่อเหี่ยวเหลือเกินที่ได้เจอเธอไม่เท่าไหร่ก็ต้องกลับไปทำงาน ซ้อม นอน ทำงาน ซ้อม นอน เป็นกิจวัตรแบบนี้อีก

 

 

 

ช่วยไม่ได้ มันเป็นเส้นทางที่ผมเลือกที่จะฝากชีวิตและอนาคตไว้แล้วนี่นะ?

 

 

 

 

 

 

ในที่สุดผมก็กลับมาถึงหอพักพร้อมพี่คุณอย่างฉิวเฉียด พี่ๆในวงก็นั่งแหมะกินอาหารเช้าแบบไดเอตกันอย่างสะลึมสะลืออยู่ที่ห้องนั่งเล่น ส่วนพี่แทคก็ดูเหมือนจะหลับคาอกไก่ไปแล้วสิ...

“มีความสุขเลยสิวันนี้ หึหึ”พี่จุนซูแซวทันทีที่เห็นผม ส่วนผมเองก็ได้แต่ยิ้มเขินๆ “ไม่หรอกม้าง แปปเดียวเองที่เจอกันน่ะ”

 

“หน้าตาแกมันอิ่มเอิบ แหมะ อย่าให้มีบ้างนะ”พี่ชายคนโตของวงแซวไม่หยุดจนคนอื่นๆเริ่มรำคาญ อูยองที่นั่งอยู่ใกล้ๆกันก็ปาอกไก่ใส่พี่ชายแดกูพร้อมส่งเสียงสำเนียงปูซานไปให้

“เงียบเป็นบ่!?”ผมไม่ได้ใส่ใจสองคนที่กำลังพ่นภาษาถิ่นใส่กันอย่างไม่ลดละ สายตาผมไปหยุดอยู่ที่จุนโฮที่ก็มองมาที่ผมนิ่งๆเช่นเดียวกัน ช่วงนี้เขาดูแปลกๆ ทำตัวแปลกๆด้วย ผมหมายถึงว่าเขาแปลกไปจากทุกที ผมเลิกคิ้วและส่งยิ้มเล็กๆทักทายเขา จุนโฮไม่ยิ้มตอบผม แปลกจริงๆด้วย

 

“มีอะไรหรือเปล่า”ผมถามจุนโฮที่เอนหลังกับโซฟาแล้วหลับตาลงเหมือนไม่อยากเห็นหน้าผมซะงั้น เขาส่ายหัวเบาๆ ยังเครียดเรื่องการซ้อมอยู่อีกเหรอ? ผมลูบเส้นผมนิ่มๆเบาๆแทนคำปลอบประโลม ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรแต่จุนโฮที่เซื่องซึมแบบนี้ไม่ดีเลย

“อย่าเครียดสิ นายเป็นแบบนี้ไม่ดีเลย ทุกคนเป็นห่วงนะ”ผมเอ่ยทิ้งไว้อีกครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสบายๆสำหรับซ้อม

 

 

 

 

 

 

การซ้อมอันหนักหน่วงก็เริ่มต้นขึ้น พี่นัมยองดูเครียดและเหนื่อยมากแต่เขาก็ยังซ้อมและสอนพวกเราอย่างใจเย็น แม้จะดุขึ้นเสียงดังเป็นบางครั้งแต่พวกเราก็ชินแล้วน่ะนะ ถ้าไม่ได้พี่นัมยองก็คงไม่มีพวกเราในวันนี้หรอก แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือจุนโฮ เขายังทำได้ไม่ดีขึ้นเลย เขาดูใจลอยหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ พี่นัมยองก็ดุก็แล้วว่าก็แล้วจุนโฮก็กลับมามีสติอยู่สักพักแล้วก็กลับไปเหม่อลอยอีก

 

“หยุด! หยุดๆๆๆ ทุกคนหยุด”พี่นัมยองโพล่งขึ้นอย่างเหลืออดก่อนที่จะกดรีโมทเพื่อปิดเพลงทำเอาพวกเราที่กำลังเต้นตามจังหวะหยุดแทบจะไม่ทัน

“เกิดอะไรขึ้น?”พี่นัมยองเอ่ยเสียงเข้ม ระดับความหงุดหงิด 10 แล้วมั้งเนี่ย? เขามองถมึงทึงไปที่จุนโฮที่ยืนหอบยันมือเข้ากับหน้าขาตัวเอง คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นเหมือนรู้ตัวดีว่าทำอะไรลงไป หลังมือขาวยกเช็ดเหงื่อที่อาบใบหน้าออกลวกๆ

 

“ขอโทษครับ...”จุนโฮเอ่ยเสียงแผ่ว แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้พี่นัมยองหายหงุดหงิด “ไปสงบสติอารมณ์เลยไป ไม่ต้องมาซ้อม มีปัญหาอะไรก็ไม่รู้จักจะปรึกษาพี่ๆในวง พี่ๆคนอื่นมีเยอะแยะ อยากให้พี่จินยองมาเคลียร์เลยไหม? นายเป็นอะไรห๊ะจุนโฮ นายเป็นอะไร?”ทุกคนต่างเงียบกริบเพราะพี่นัมยองโกรธมากกว่าที่เคยเห็นมีเพียงเสียงหอบเท่านั้นที่ยังไม่ทำให้ในห้องซ้อมเงียบจนเกินไป

 

“ผม...”จุนโฮหลบตา ผมเห็นเขากำมือแน่น ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร ไม่มีใครรู้ว่าจุนโฮเป็นอะไร ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่ใส่ใจหรือไม่ซักถาม แต่เขาเองที่ไม่เคยพูดอะไรให้พวกเรารับรู้ต่างหาก

“นายไม่มีอะไรให้แก้ตัวหรอกนะ พี่เตือนนายตั้งแต่วันนั้นแล้ว วันนี้ทำไมแย่หนักกว่าเดิม ไปนั่งสงบสติอารมณ์ซะ พร้อมแล้วค่อยมาเรียกแล้วกัน”พี่ชายร่างสูงถอนหายใจเฮือกก่อนจะเดินออกจากห้องซ้อมไป จุนโฮทรุดลงนั่งกับพื้นแทบจะทันทีเช่นเดียวกับพวกเราที่เข้าไปหาคนที่มีอาการน่าเป็นห่วง

 

“จุนโฮเป็นไรไปวะ มีอะไรก็บอกกันสิเจอแบบนี้ไม่ดีเลยนะ”พี่จุนซูเป็นคนแรกที่เอ่ยถาม แม้จะดูขี้เล่นเป็นปู่ที่น่าเป็นห่วงแต่ความจริงแล้วเขาเป็นพี่ใหญ่ที่ใส่ใจน้องๆอย่างดีเลยนะครับ(ยกเว้นพี่แทคที่ต้องคอยปราบปู่แดกูเจ้าปัญหา) คนตัวเล็กที่นั่งจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้นไม่พูดอะไรหากแต่ไหล่บางนั้นกลับสั่นระริก

“จุนโฮ...ไม่เป็นไรนะ ระบายออกมา”พี่จุนซูเอ่ยเสียงเบาข้างหูน้องรักก่อนจะโอบกอดตัวบอบบางไว้แน่น พี่คุณพี่แทคอูยองเองก็เข้าไปร่วมกอดด้วย ไม่บ่อยนักเลยที่จะเห็นจุนโฮแสดงความอ่อนแอออกมาแบบนี้

 

 

 

มีเพียงผม...ที่ได้แต่เอื้อมมือลูบหัวทุยเบาๆ ไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้

 

 

 

ไม่รู้ว่าทำไมแต่ผมรู้สึกว่าตัวเองควรเว้นระยะห่างแค่นี้ก็พอแล้ว

 

 

 

“ออกไปก่อนได้ไหม เหลือฉันคนเดียวก็พอ...”พี่จุนซูไล่พวกเรากลายๆ พี่จุนซูเป็นคนเดียวที่จุนโฮจะกล้าพูดทุกสิ่งทุกอย่างด้วยจึงไม่ยากอะไรที่ทุกคนจะลุกออกจากห้องไปทิ้งให้ทั้งสองคนจุนบราเทอร์อยู่ด้วยกัน ผมลอบมองจุนโฮผ่านประตูเล็กน้อย ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรจริงๆ เขาไม่เคยแสดงท่าทีอะไรเลย อย่างว่า ผมก็เป็นคนในวงที่ไม่สนิทกับเขาที่สุด เขาคงไม่เลือกที่จะพูดความลับของเขากับผม ผมกระตุมยิ้มให้กำลังใจกับเขาแม้เขาจะหันหลังให้ผม

 

 

 

นายไม่ได้อยู่คนเดียว แต่พี่จุนซูคงเป็นคนเดียวที่นายไว้ใจ...

 

 

 

 

 

 

เป็นเวลานานที่พี่จุนซูได้แต่นั่งกอดผม มือเรียวยาวนั้นลูบหัวผมเบาๆและไม่มีเสียงพูดใดๆเลย เป็นเวลานานที่น้ำตาของผมไหลออกมาปะปนกับเหงื่อบนใบหน้า เป็นเวลานานแล้วที่ผมไม่ได้ร้องไห้อย่างอัดอั้นตันใจแบบนี้ พี่จุนซูรอผมอย่างใจเย็นจนกว่าผมจะหยุดร้องไห้และถามผมว่าเกิดอะไรขึ้น ผมไม่อยากบอกเลย ผมไม่อยากให้ใครสักคนรู้ว่าผมเป็นอะไร แต่ถ้ามันเป็นอย่างนั้นทุกคนก็ต้องมาลำบากเพราะความงี่เง่าของผมอีกเช่นเดียวกัน...

 

“พี่จุนซู ผม...เฮ้อ ให้ตายสิ”ผมเช็ดน้ำตาลวกๆ แค่นยิ้มสมเพชตัวเองที่ได้แต่ทำอะไรงี่เง่าให้คนอื่นเดือดร้อนตลอด “ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้”พี่จุนซูยิ้มอ่อนโยนมาให้ผมก่อนจะขยี้หัวผมเล่น

“ใครว่าอะไรล่ะคนเราก็มีบ้างแหละ แต่แค่อย่าเก็บมันไว้ แชร์ให้พวกเราบ้าง มันจะได้ดีขึ้น”ผมพยักหน้า ผมคงต้องตัดสินใจบอกพี่จุนซู อย่างน้อยพี่เขาก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้าง

 

 

 

“ผม...รักชานซอง” 

 


 

“...”พี่จุนซูเงียบไปถนัดตาเมื่อฟังสิ่งที่ผมสารภาพ พี่ชายคนโตทรุดนั่งกับพื้นอย่างแทบจะหมดแรง เขาคงไม่เชื่อหูตัวเองและคงไม่เชื่อเลยว่าผมที่หมันไส้เกลียดขี้หน้าชานซองขนาดนั้นจะพูดคำนั้นออกมาได้

“ผมรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แล้วมันก็ตลกด้วย แต่ว่า...มันเป็นไปแล้ว”ผมแค่นยิ้มอีกครั้ง พี่จุนซูยังคงอ้าปากหวอด้วยความประหลาดใจที่สุดในชีวิตที่เคยพบเจอมา

 

“นายคง...เจ็บมากใช่ไหม เรื่องกึมจี”พี่จุนซูเอ่ยเสียงแหบพร่า เขาส่งยิ้มอ่อนๆมาให้ผมและลูบหัวผมแผ่วเบา ผมอมยิ้มและส่ายหัวน้อยๆ

“ผมจะเจ็บได้ยังไง ในเมื่อผมกับเขาเป็นแค่เพื่อนกัน เพื่อนกันมาตั้งแต่แรกและมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป...การที่ชานซองจะคบกับใคร ผมไม่มีสิทธิเจ็บหรอกพี่จุนซู”ผมรู้สึกถึงน้ำตาที่ตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง มันเอ่อคลอจนใบหน้าของพี่จุนซูตรงหน้าผมพร่าเลือน ผมรู้สึกถึงน้ำอุ่นที่ไหลไปตามแก้มของผมช้าๆ

 

“มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง เราเป็นแค่เพื่อนกัน เพื่อนที่ไม่เคยสนิท ความจริงแล้ว...ผมก็แค่หลอกตัวเองและตีตัวออกห่างเพราะเขาคอยย้ำกับผมเสมอว่าเราสองคนนั้นไม่ได้สนิทอะไรกันเลย...มันเป็นแบบนั้นมาจนชิน”ผมกัดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น พี่จุนซูได้แต่ลูบไหล่ผมไปมาเบาๆ

“ผมจะหลอกตัวเองไปได้นานแค่ไหนพี่จุนซู...ฮึก...WGM ไอ้รายการบ้านี่มันทำให้เรากลับมาสนิทกันอีกครั้ง เพราะรายการนี้แท้ๆ...ฮึก พี่จุนซู...”หยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าหยดกระทบหน้าขาจนกางเกงวอร์มผมเริ่มชื้นเป็นวงๆ

 

“มันทำให้ผมหลอกตัวเองไม่ได้อีกแล้วเมื่อยืนอยู่ตรงหน้าชานซอง ผมหลอกตัวเองต่อไปไม่ได้แล้วว่าผมรู้สึกยังไง...”นิ้วมือเรียวอันอบอุ่นของพี่จุนซูช่วยปาดเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของผมอย่างอ่อนโยน เขาดึงผมเข้าไปกอดแน่นอีกครั้ง อีกฝ่ายไม่พูดอะไรและนั่นทำให้ผมรู้สึกดีที่จะระบายทุกสิ่งทุกอย่างออกมาให้หมดเปลือก ภายในม่านน้ำตานั้นก็ยังเต็มไปด้วยใบหน้าที่มีความสุขของชานซองหลังจากกลับจากการพบเจอแฟนสาวของเขา มันมีความสุขและอิ่มเอิบ...ผมอิจฉาเหลือเกิน

 

 

“ผมรักเขามากแค่ไหน รักมาตั้งแต่แรกแล้ว...” 

 


“ผมมันบ้า...ผมบ้าไปแล้ว” 

 

 

“ไม่เป็นไรนะจุนโฮ...ไม่เป็นไร ร้องไห้ออกมาซะ ร้องไห้ออกมาให้หมด พูดออกมาให้หมด”เสียงทุ้มนุ้มนั้นเอ่ยข้างหู มันทำให้ผมยิ่งกระชับแขนที่กอดรอบตัวพี่จุนซูเอาไว้ แน่นจนแก้มของผมเบียดกับแนวบ่ากว้างนั้น

“ทุกอย่างจะโอเคนะจุนโฮ พี่เข้าใจความรู้สึกนะว่ามันคงจะอึดอัดใจมาก แต่ต่างก็รู้ตัวดีว่าพวกเราอยู่ในสถานะอะไร ใช่ไหม?”เขาเอ่ยปลอบผม ทุกครั้งที่ผมมีปัญหาพี่จุนซูนี่ล่ะที่เป็นคนคอยให้คำแนะนำและให้กำลังใจผมเสมอๆ

 

“แต่นายจะปล่อยมันไว้แบบนี้ไม่ได้ เรายังต้องทำงานด้วยกัน อยู่ด้วยกันตลอดเวลา พี่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีเลย มันก็ยากที่จะตัดใจ แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆกับชานซอง แล้วถ้านายโดนปฏิเสธกลับมา มันจะยิ่งช้ำใจไม่ต่างจากตอนนี้เลย...เฮ้อ...”เขาพูดเหมือนพึมพำกับตัวเองเล่นๆในประโยคท้ายๆ ผมผละออกจากกอดของพี่จุนซูและเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

 

 

 

“ผมจะเลิกถ่าย We Got Married”

 

 

 

“ทำไม?”เสียงทุ่มที่คุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องซ้อมที่เปิดออกทำให้สายตาของผมกับพี่จุนซูไปหยุดอยู่ที่ผู้ที่แทรกบทสนทนา

 

 

 

 

 

 

“ชานซอง!”

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

TBC

 

 

 

 

 

 

 


 

มันก็เข้มงวดเข้ามาทุกที แต่ว่าตอนนี้สั้นหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่มาต่อละเนอะ 5555

ปรางปิดเทอมแย้วววววววววว เยยยยยยย่ มีเวลาให้หายใจหายคอเดือนนึง

แต่ว่าเดี๋ยววันพุธนี้ก็ต้องไปอังกฤษแล้วล่ะค่ะ ไปเดือนครึ่ง ตลอดช่วงเวลาปิดเทอมเลย

ใครอยากไปส่งเค้าม้ายยยยยย? (ขอผ้าเชียร์ด้วยนะ 5555 //โดนเตะ)

ตอนนี้ก็ยังอึมครึม ไม่ค่อยมีอะไรคืบหน้ามากเนอะ //กราบขอโทษ

เราก็ไม่รู้เหมือนกันจะใส่เรื่องตรงกึมจีมาทำไมเยอะแยะ แต่แค่อยากอธิบายให้รู้ว่าเขารักกันดีนะ

แต่ตรงพาร์ทโฮค่อยมีอะไรมากหน่อย

โอยยย ปรางรู้สึกว่าตอนนี้ทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหมือนมันตันๆเบาๆ ยังไงสนุกไม่สนุกมีอะไรแนะนำบอกได้เลยนะคะ

 

กราบงาบๆ

 

เจอกัน MISTER เด้อ (โอว ยังมีเหมันต์เปลี่ยนสีด้วย แล้วก็มีรีเควสคู่ต่างๆ)

จะพยายามนะก๊ะ T^T

Comment

Comment:

Tweet

T^T ทำไมหรอ ก็เพราะฉันรักนาย ฮอลลลลล

#9 By Anny OK (49.230.80.51|10.174.195.155, 49.230.80.51) on 2014-04-15 16:33

อ่ออ..นูนอแอบรักชานมาตั้งนานแล้วนี่เอง

#8 By kw on 2013-09-18 15:11

ยังงัยก็หล่อและน่ารักอยุ่ดีแหละ 5555

#7 By nananah (101.109.36.117) on 2012-04-19 11:36

ซีเอ็นเอ็นมาแล้ววววว >______< สมกับที่รอคอยยย
สงสารน้องโฮ .____.
ตอนนี้ปู่แดกูเท่ห์มากมาก -.....-

\\\"เงียบได้บ่?!\\\" 555555555555555555

#6 By jUS7PNG (27.55.9.103) on 2012-04-19 10:14

หง้าาา YY
แล้วชานจะได้ยินมั้ยเนี่ย? หรือจะได้ยินแค่ตอนบอกว่าจะเลิกถ่ายรายอการนั้นน?
ลุ้นแทนจังเลยยย><
ขอบคุณไรท์เตอร์มากๆเลยนะคะ:)

สู้ๆนะคะะ

#5 By Nunsky (27.55.3.118) on 2012-04-15 17:59

เซ็ง....กะอิชาน มีแฟนทำม๊ายยยยยย...ชิส์ มีนุ้งโฮน่ารักๆ
ใกล้ๆตัวเองแท้ๆ สงสารนุ้งโฮ สุดๆ รูใจตัวเองแล้ว เศร้าจัง...
พี่ซู....พี่ที่แสนดี สุดยอดอ่ะ...อิชานจะได้ยิน ความในใจมั๊ย
เขิลแทนอ๊ายยยย....ลุ้นๆๆๆๆๆๆ อยากอ่านต่อมากค่ะ...
ดีใจมาก ที่ไรเตอร์กลับมาแล้ว...เฝ้ารอทุกวันเลยค่ะ
ขอบคุณค่า.....

#4 By pimnuneo (118.172.213.243) on 2012-04-15 16:51

อิชานนนน
ใจร้ายย TT^TT

สงสารโฮที่สุดด
ได้แต่มองชานมีความสุข ;___;

เป็นตอนที่รู้สึกจุนซูช่วยได้ 5555

คิดภาพจุนซูร้องไห้ออกเลย
สงสารร สงสารร

พี่ปรางให้ชานเลิกกับแฟนแล้วมาคบโฮเลยยย
บัดนาววว -..-

**แสดงว่าชานฟังอยู่ตลอด?? embarrassed

#3 By MOODANG' on 2012-04-15 12:32

เฮ้ย ! ละชานได้ยินที่โฮบอกว่าชอบป้ะเนี่ย อ๊ายย ลุ้นน

#2 By redberrylips on 2012-04-15 01:14

สู้ๆน้องปราง พี่มีเวลาจะไล่อ่านนะ คิดถึงชานนูนอมากกกก ไปอังกิดเดินทางดีๆล่ะ ขอให้หนุกหนาน แล้วก็อย่าลืมผลิตฟิคสั้นมาโด้ยนะ อิอิ

#1 By Yo! on 2012-04-15 00:59