[SF-Taecho] HATE ABLE

posted on 07 May 2012 08:36 by yogurttakeabreakt
SF : HATE ABLE
Pairing : Taec x ho x chan(?)
Rate : PG-13
Writer : yogurt
talk : มามามาแก้ขัดกันก่อน ๕๕๕๕
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เกลียด มันช่างเป็นความหมายด้านลบขั้นสุดที่คงไม่มีใครอยากจะได้ยินมัน แต่ทำไมมันถึงกลายเป็นคำพูดติดปากของผม

 

ผมเกลียด…เกลียดตัวเองที่ได้แต่พูดคำว่าเกลียด

 

เมื่อไหร่กันนะ ที่ผมจะกล้าเอ่ยคำตรงข้ามกันสักที

 

 

 

 

 

ผมเดินออกจากคอนโดด้วยอาการง่วงงุนในยามเช้า เช้าอันยุ่งเหยิง ผมเกลียดเหลือเกินที่จะต้องเดินเบียดเสียดผู้คนมากมาย มนุษย์เงินเดือนทุกคนต่างก็รีบเร่งไปทำงานของตนในสถานที่ต่างๆมากมาย ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ๊ต สวมสูท กางเกงแสล็ก ผูกเนคไทจนรัดคอแน่น เข็มขัดหนังและถือกระเป๋าใส่เอกสาร ช่างเป็นยูนิฟอร์มที่น่าเกลียดที่สุดในชีวิตเท่าที่จะเคยใส่มา

 

ผมเดินเข้าบริษัทอย่างรีบเร่งไม่ต่างจากพนักงานคนอื่นก่อนที่จะไปติดแหง่กอยู่ในลิฟต์ตัวเล็กๆที่อัดพนักงานเข้าไปได้ถึงยี่สิบคนอย่างน่าสงสัย ผมเองก็เป็นหนึ่งในยี่สิบคนนั้นที่โดนผู้หญิงสาวอัดแน่นจนใบหน้าของหล่อนแทบจะแนบกับอกของผม ช่วงเวลาน่าเกลียดที่ทำให้มือของผมต้องอยู่นิ่งไม่อย่างนั้นถ้ากระดิกปลายนิ้วแม้แต่นิดมันคงไปสะกิดโดนบั้นทายงอนของพนักงงานหญิงคนหนึ่ง

 

ผมเดินด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเช่นทุกวันไปที่โต๊ะทำงานกันรกรุงรังของตัวเอง และแล้วเวลาแห่งการทำงานก็ต้องเริ่มขึ้นอย่างจริงๆจังๆ

“เกลียดจริงๆที่เห็นนายยิ้มแบบนี้”ผมเอ่ยเมื่อเงยหน้าขึ้นและพบเพื่อนร่วมงานที่เดินเอาเอกสารมาให้ผมพร้อมกับรอยยิ้มเสียจนตาหยี เขาชื่อจุนโฮครับ เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ผมย่นจมูกและรับเอกสารมา

“อะไร ฉันยิ้มอย่างนี้ทีไรนายก็บ่นเกลียดทุกที”เขาบ่นตอบด้วยน้ำเสียงไม่ได้จริงจังเท่าไรนัก ผมกระตุกยิ้ม

 

“มันทำให้ฉันรู้สึกอยากจะเตะก้นนายแรงๆ มันดูน่าหมันไส้มาก”ผมพูดต่อโดยไม่ละสายตาออกจากเอกสาร อีกคนไม่ได้ตอบอะไรผม เขาได้แต่เดินจากไป ทันทีที่สายตาผมกลับเลื่อนขึ้นมามองแผ่นหลังบอบบางของเขาภายใต้เสื้อเชิ๊ตสีเข้ม ทรงผมด้านหลังของเขาก็ดูดีอย่างเช่นทุกวัน รวมถึงบั้นท้ายตึงแน่นกางเกงแสล็กสีดำสนิทของเขา มันก็น่ามองอย่างทุกวัน…

 

เกลียดจัง…

 

ผมได้แต่พูดว่าเกลียดใส่เขา ทั้งๆที่ความจริงแล้ว…มันตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง

 

เกลียดตัวเองจริงๆ…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“แทคยอน ไปกินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวโรงอาหารคนเต็มไม่มีที่นั่งหรอก”เจ้าของดวงตาเรียวเล็กเจ้าเดิมเดินมาหาผมพร้อมกับนั่งลงข้างๆ ผมละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และสบกับดวงตาเรียวเล็กคู่นั้นที่มองผมเขม็ง

“หิวสินะ นายนี่หิวตลอดเวลาเลยจริงๆ”ผมถอดแว่นสายตาออกและลุกขึ้น เขาอมยิ้มตาหยีอีกครั้งและเดินไปพร้อมๆกันกับผม

 

เสียงรองเท้าที่กระพบพื้นกระเบื้องดังเป็นจังหวะ คล้องจองคลอไปกับจังหวะการเต้นของหัวใจผม เกลียดที่มันเต้นแรงเหลือเกิน เป็นเพื่อนรู้จักกันมาตั้งนานแต่ก็ไม่มีสักครั้งที่จะสงบนิ่งบ้างเลย

“ว่าแต่เย็นนี้ไปกินเหล้ากันมั๊ยเนี่ย ที่จะรียูเนียนกันน่ะ ชานซองเป็นคนจัดการเลยนะเนี่ย”เขาเอ่ยอย่างตื่นเต้น ชานซองที่เขาเอ่ยถึงก็เป็นหนึ่งในเพื่อนรุ่นเดียวกัน ไม่เชิงหรอกครับ ความจริงแล้วชานซองเป็นรุ่นน้อง ส่วนผมกับจุนโฮเนี่ยเป็นรุ่นพี่ แต่เราก็ซี้ๆกันน่ะครับ

 

“ถ้าไอ้ชานมันเป็นคนต้นคิดเองก็คงตามสไตล์สินะ แต่นายคงไปแน่ๆล่ะสิใช่ไหม?”ตามสไตล์ที่ว่าก็คือ เพลงตื้ดๆ เหล้าชงแรงๆ แล้วก็เมากันเรื้อนๆจนลุกไปทำงานกันไม่ไหว แต่สถานที่จัดก็คงจะเป็นที่บ้านของมันเอง ชานซองมันรวยครับ รวยมาก บ้านนี่ยิ่งใหญ่อลังการ มีห้องโถงจัดปาร์ตี้กันอย่างสนุกมากเชียวล่ะ จะว่าไปก็นึกถึงสมัยเป็นนักเรียนเหมือนกันนะครับเนี่ย

 

“ทำไม นายจะไม่ไปงั้นเหรอ ไม่ได้น้า ชานซองบอกว่ายังไงก็ต้องพานายมาให้ได้!”จุนโฮโพล่งเสียงดังก่อนจะส่งยิ้มน่ารักมาให้อีกครั้ง เขาน่ะน่ารักสดใสอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว มันทำให้ใจผมเต้นไม่เป็นส่ำทุกทีเลย…

“ก็ได้ๆ ไปก็ได้ เกลียดจริงๆที่นายชอบคะยั้นคะยอให้ฉันไปปาร์ตี้เนี่ย ทำอย่างกับฉันจะคุยอะไรสนุกๆ”ร่างเล็กหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะชนกำปั้นลงที่แขนของผม

 

“นายเป็นเพื่อนซี้พวกเรานะ จะเบี้ยวเหรอไง?”ผมทำหน้าทะเล้นตอบและไม่พูดอะไรอีก ต่อให้ไม่อยากไป ยังไงผมก็ต้องไปอยู่ดีนั่นแหละ ผมรู้ดี จุนโฮก็รู้ดี…

 

 

 

 

เรื่องของเพื่อน กับเรื่องของความรัก มันเอามาปนกันไม่ได้นี่นะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมนั่งอยู่บนโซฟาหรูในห้องโถงที่ใช้จัดปาร์ตี้ในบ้านโอ่อ่าของชานซอง เสียงเพลงกระหึ่มจังหวะมันส์ที่ทำให้เพื่อนๆทุกคนโยกย้ายส่ายสะโพกผงกหัวกันอย่างสนุกสนาน อาหารเครื่องดื่มและแอลกอลฮอลล์ก็พร้อมที่จะทำให้ทุกคนน็อคได้โดยไม่รู้ตัว ปาร์ตี้ของชานซองน่ะสนุกที่สุดแล้ว ผมมองเพื่อนรุ่นน้องที่หัวเราะเฮฮากับเพื่อนคนอื่นที่ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือน หมอนี่ก็ยังน่ารักไม่เปลี่ยนไปจากตอนสมัยเด็กๆเลย

 

“เป็นไร ง่วงเหรอ”จุนโฮพรวดมานั่งลงข้างๆผมพร้อมกับขนมคบเคี้ยวในมือ ผมส่ายหัวและจิบเบียร์นิดๆ

“คุยจนเหนื่อยเลยแอบมานั่งพัก นายล่ะไม่ไปดิ้นๆกับคนอื่นเหรอไง”ผมมองแสงสีวาบไหว ห้องโถงที่โล่งกว้าง ถ้าไม่ใช่จัดปาร์ตี้ก็มีไว้เป็นห้องพักผ่อนอเนกประสงค์ของชานซอง ห้องที่ล้อมกรอบด้วยหน้าต่างบานใหญ่โปร่ง มองออกไปด้านนอกก็เป็นสระว่ายน้ำขนาดเกือบมาตรฐานที่มีจัดสวนหย่อมและเปิดไฟในสวนยิ่งเพิ่มความงดงาม

 

“เหนื่อยเหมือนกันไง”ผมมองคนตัวขาวที่เคี้ยวขนมจนแก้มตุ่ย เมานิดๆแล้วสิท่าถึงกินขนมจนเลอะปากไปหมด เวลาเขาเริ่มเมาก็จะเป็นแบบนี้ล่ะครับ เริ่มทำอะไรเป็นเด็ก กินอะไรก็เลอะหมด หัวเราะพูดคุยทำเสียงอ่อแอ้เป็นเด็กๆตลอด ผมอมยิ้มกับท่าทางแบบนั้นก่อนจะปาดคราบครีมสตรอเบอร์รี่ออกจากริมฝีปากอิ่ม

 

“เหย ทำไรน่ะแทค”เขาร้องและปัดมือผมออก นั่นทำให้ผมต้องกลับมานั่งนิ่งๆอีกครั้ง ในที่สุดความเงียบก็เข้าปกคลุมระหว่างเราสองคนอย่างไม่มีเหตุผล

“ขอโทษ”ผมเอ่ยเบาๆ จุนโฮถอนหายใจและหันมามองผมด้วยสายตาจริงจัง ดวงตาคู่นั้นฉายแววจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผมเคยเห็น

 

 

 

“เมื่อไหร่นายจะหันไปมองคนอื่นบ้าง”

 

 

 

ผมเกลียดที่เขารู้ทันไปเสียทุกเรื่อง…เกลียดที่เขาทำหน้าจริงจังแบบนั้น

 

 

 

“นายมีความสุขดีใช่ไหม

 

 

 

ผมเปลี่ยนเรื่อง แต่ก็ไม่ได้พ้นเรื่องที่เรากำลังเอ่ยถึงเท่าไหร่นัก จุนโฮขมวดคิ้วพร้อมชักสีหน้าไม่พอใจ บรรยากาศมันยิ่งครุกรุ่นเมื่อเราสองคนไม่ได้มีสติครบร้อย ไม่อย่างนั้นประเด็นนี้มันคงไม่ถูกยกขึ้นมาพูดให้ความเป็นเพื่อนมันเสียไปหรอก…

 

“ฉันเป็นเพื่อนซี้นาย นายก็เหมือนกัน เราเป็นเพื่อนซี้กัน ฉันมีความสุขดีมาก และฉันก็อยากให้นายได้มีความสุขสักที”จุนโฮเอ่ยด้วยเสียงตะกุกตะกัก มันเป็นเรื่องเซนซิทีฟมากระหว่างเราสองคน ในกลุ่มของเรามีกันอยู่ห้าหกคน แต่มีเพียงเรา สามคน เท่านั้นที่ยังมีพันธะบางอย่างที่ทำลายลงไม่ได้เสียที

“ฉันมีความสุขดีที่เป็นแบบนี้…”ผมโกหก เขาคงเกลียดที่ผมโกหกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ผมเองก็เกลียดที่ตัวเองยังคงหลอกตัวเองว่ามีความสุข

 

 

 

เกลียดที่เขายิ้มให้

 

 

 

เกลียดที่ได้แต่มอง

 

 

 

เกลียดที่เอาแต่เอ่ยคำว่าเกลียดให้อีกคน

 

 

 

เกลียดที่คิดได้…ตอนที่มันสายเกินไป

 

 

 

“หยุดหลอกตัวเองซะทีเถอะแทค! มันสายไปแล้ว มันผ่านแล้ว ยังไงมันก็ย้อนกลับไปไม่ได้ ฉันเองก็ไม่ได้มีความสุขนักหรอกที่เห็นนายเป็นแบบนี้ ได้โปรด…”จุนโฮโพล่งเสียงดังแข่งกับเสียงเพลง เขาเองก็ดูเหนื่อยหน่ายใจเช่นเดียวกัน นั่นสินะ…ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้วและพวกเราก็ย้อนมันกลับไปไม่ได้

 

 

“ฉันก็ไม่ได้อยากทำให้นายลำบากใจ แต่ว่ามันก็ห้ามกันไม่ได้…”

 

 

“ถ้าตอนนั้น…นายแค่บอก แค่พูดคำนั้นออกมาเองแทค…”จุนโฮเอ่ยเสียงแผ่วลง ดวงตาเรียวคู่นั้นเลื่อนมาสบตาผม ดวงตาดำสนิทที่ผมหลงรักมันเหลือเกิน…

“ฉันรอ…ที่คำคำนั้นจะออกมาจากปากนาย รอแล้วรอเล่า ทำไมนายถึงปล่อยให้ฉันรอ”ร่างเล็กว่าตัดพ้อ ผมสังเกตเห็นหยาดน้ำที่รื้นคลอหน่วยตาเล็ก มันเป็นครั้งแรกที่เขาเปิดเผยความในใจของเขาออกมาให้ผมได้รู้ มันเป็นความในใจที่ทำให้ผมยิ่งเกลียดตัวเองมากขึ้นสิบเท่า

 

 

 

“แต่ฉันเลิกรอนานมาตั้งนานแล้ว ฉันไม่ได้รอนายอีกต่อไปแล้วแทค…”

 


“เพราะฉะนั้นก็เลิกรอฉันเถอะนะ การรอคอยโดยไม่รู้จุดสิ้นสุดมันทรมานฉันรู้ดี

 

 

 

 พูดจบจุนโฮก็ลุกเดินไปหาเพื่อนๆทันที สีหน้าของเขากลับมาสดใสร่าเริงเป็นจุนโฮคนเดิม ทิ้งจุนโฮที่มีน้ำตาไว้กับผม ผมได้แต่มองร่างเล็กที่กำลังหัวเราะกับปัจจุบันของเขา ไม่ใช่คนในอดีตอย่างผมที่ทำให้เขาเสียใจ จนสุดท้ายแล้วมันก็เป็นผมเสียเองที่ต้องเสียใจในความขี้ขลาดของตนเอง

 

ดึกแล้ว เพื่อนๆทุกคนแยกย้ายกันกลับ เหลือเพียงผมที่ยังยืนเขย่าแก้วไวน์เบาๆให้น้ำสีแดงม่วงนั้นกลิ้งเป็นวงแผ่วเบา กลิ่นหอมนั้นโชยขึ้นแตะจมูกไม่ขาด ความสนุกสนานจากปาร์ตี้นั้นกองระเกะระกะเต็มโถงกว้าง ผมได้แต่ยืนอยู่หลังกระจกบานใสที่มองเห็นสระว่ายน้ำด้านนอก เหลือเพียงผม จุนโฮและเพื่อนสนิทอีกสองสามคนที่ยังได้สิทธิในการอยู่ที่นี่ได้ตามใจ บางทีเราอาจจะค้างที่นี่เพราะการขับรถหลังจากดื่มแอลกอลฮอลล์อย่างหนักคงทำให้เราได้เสียเงินกลางทาง

 

ผมได้แต่ยืนมองจุนโฮกับชานซองนั่งเอาขาแช่น้ำและคุยกันริมสระ

 

มองสายตาระหว่างคนสองคนที่มีความหมายเกินจะบรรยาย รอยยิ้มหวานที่แผ่ซ่านความรักและความสุขไปเต็มเปี่ยม รอยยิ้มและการหัวเราะจนตาหยี ทุกอย่างผมก็เคยได้รับมัน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ของผมอีกต่อไป ผมก็คงได้แต่ยืนมองห่างๆอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้ก็เท่านั้น…

 

เมื่อมีชานซองเข้ามา ไม่นานความสำคัญของผมก็เริ่มถดทอยลง มันเป็นเพราะผมเองที่ไม่พูดในสิ่งที่ควรพูด ผมไม่เคยพูด จุนโฮคงท้อเต็มทน เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เมื่อมีชานซองเป็นรุ่นน้องสนิทในกลุ่ม ไม่รู้เมื่อไหร่ ที่ทั้งสองคนก็เดินจับมือกัน รู้ตัวอีกที ชานซองก็แทรกเข้ามาแทนที่ผมในหัวใจดวงน้อยๆของจุนโฮเสียแล้ว ผมไม่โทษเขา ผมไม่คิดจะแย่งเขา ผมไม่คิดจะหึงเขา

 

 

ชานซองเป็นรุ่นน้องที่ผมรัก จุนโฮเป็นเพื่อนสนิทที่ผมรัก

 

 

ผมจะทำร้ายคนที่ผมรักได้อย่างไร ในเมื่อความจริงแล้ว ต้นเหตุมันก็คือผมเอง…

 

 

ผมผิดเองทุกอย่าง…

 

 

ผมขบกรามแน่นอย่างเสียไม่ได้เมื่อชานซองลูบไปตามเส้นผมสีเข้มของจุนโฮ มือของเขาประคองใบหน้าเนียนและโน้มใบหน้าเข้าประทับจูบที่กลีบปากแดงระเรื่อนั่น จุนโฮหลับตาพริ้มด้วยสีหน้าที่มีความสุข มือของทั้งสองคนก็ยังกอบกุมวางอยู่บนพื้นขอบสระไม่แยกจากกัน รักกัน ผูกพันแน่นหนา

 

มันเจ็บทุกครั้งที่เห็น แม้ว่าจะน้อยเหลือเกิน ชานซองและจุนโฮไม่เคยแสดงตัวโจ่งแจ้งว่าทั้งสองคบกันและรักกันมากเพียงใด ผู้คนรอบข้างต่างรับรู้ได้เองว่าบรรยากาศรอบตัวสองคนนี้เปลี่ยนไป ชานซองชอบสังสรรค์ จุนโฮเองก็เช่นกัน

 

แต่เมื่อทุกคนกลับไป พวกเขาก็จะเริ่มใช้เวลาสองต่อสองอย่างคุ้มค่าที่สุด

 

มันน่าอิจฉา…

 

ผมกระตุกยิ้มด้วยความสมเพชตัวเองเหลือคณา กระตุกยิ้มแม้ริมฝีปากจะสั่นระริก ผมยิ้มให้กับความรักอันเหนียวแน่นมั่นคงของเพื่อนสนิททั้งสองคนของผม เพื่อนสนิทที่แม้แต่ความเห็นแก่ตัวก็ไม่อาจทำร้ายพวกเขาได้ ผมก้มลงวางแก้วไวน์ไว้บนโต๊ะ หยดน้ำตาที่ร่วงหล่นกระทบขอบแก้วทำให้ผมรู้ตัว ภาพตรงหน้ามันพร่าเลือนลางด้วยม่านน้ำตา ผมเดินจากไปจากมวลความรักตรงนั้น…

 

 

 

 

 

 

 

ผมเกลียด…ตัวผมเอง

 

กระทั่งตอนนี้ ผมก็ยังไม่กล้าที่จะเอ่ยคำตรงกันข้ามนั้นเสียที 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
END
 
 
 
 
 
 
มาซะดราม่า คือเหตุของฟิคเรื่องนี้มาจากอะไรรู้ปะ
มันเป็นคำพูดติดปากของกลุ่มปรางเอง เกลียดอะ แต่มันเปนเกลียดที่มีหลายความหมายนพ
เกลียดที่แปลว่าชอบ เกลียดที่แบบแซว เกลียดที่หมันไส้ และเกลียดที่เกลียดจริงๆ ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
แต่เกลียดมาก(มาละไง๕๕๕)ที่เอาคำพูดติดปาก มาคิดเป็นฟิคได้เป็นตุเป็นตะ เพื่อนมันก็เกลียดที่ปรางเป็นตุเป็นตะมาก กร้ากกกก
แต่เหมือนพูดไปมากๆแล้วเราก็มานั่งคิดว่าทำไมเราถึงต้องพูดคำว่าเกลียดทั้งๆที่เราไม่ได้เกลียดอะ
 
มันก็เลยเป็นประเด็นขำๆ กร้ากกก
 
ตอนนี้ก็ทำโปรเจคบ้าง อะไรบ้าง ก็พยายามจะแต่ง เหมันต์เปลี่ยนสีตอนสองให้เสร็จ แต่เหมือนอะไรมันไม่ลงตัว
ปรางก็เลยพูดจริงๆว่ามันแอบตันๆ คือเราไม่อยากให้มันจบภายในสองตอน เหมือนตอนแรกเราคิดได้อะว่ามันต้องมีอะไรที่ดราม่า ทั้งๆที่เราเขียนพล็อตไว้แล้วนะแต่ดันจำไม่ได้เลยว่ามันจะดราม่าอะไรวะงง กร้ากกกก
แต่ก็จะพยายามนะคะ จะพยายามมมากกกกก
นี่ก็อยู่อังกฤษมาสองอาทิตย์ละ ผ่านไปไวจริงๆ แปปเดียวเดี๋ยวก็กลับบ้านละ กร้ากกก
มีอะไรก็ติดตามมมาพูดคุยกันได้ค่ะ
 
ทวิตเตอร์ @yogurt3200
 
ปล ขอโทษทุกคนมากๆที่ตอนที่แล้วเราลงฟิคธอร์โลกิไป คนคงตกใจนึกว่าอัพฟิคแต่เป็นคนละโยชน์กันเลย
เราอาจจะสร้างบลอคใหม่ไว้คลั่งๆหนุ่มอเวนเจอร์แทน แฟนทูพีเอ้มจะได้ไม่เซ็งนะคะ หุหุ
 
เจอกันเมื่อลงฟิคค่ะ <3

Comment

Comment:

Tweet

เศร้าง่ะ สงสารพี่แทคจุงเบยยย ทำไมพี่แทคไม่พูดคำนั้นไปแต่แรกน้าาาาา ชานแกแย่งพี่ชายตัวเองนะเว้ยยยtongue tongue tongue

#9 By Nick.k (119.76.24.107|119.76.24.107) on 2014-07-23 21:57

สงสารแทคเหมือนกันนะเนี่ยยย  เห้อออ
แต่แทคก็ไม่พูดคำๆนั้นออกไปสักที  รอจนท้อแหละ
มารู้ตัวอีกทีก็สายเกินไปแล้ว  ไม่สามารถย้อนเวลาให้เป็นเหมือนเดิม
ต้องมามองคนที่เรารักมาจูบกับรุ่นน้องที่เรารักเหมือนกัน
แมร่งโคตรเจ็บเลยว่ะ  

#8 By kw on 2013-09-17 00:49

เกลียดที่แปลว่ารัก ชอบจังค่ะ
แทค ก็ปากไม่ตรงกับใจเองนี่นาตอนนี้ทำอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว มันไม่ทันแล้ว
คราวหน้าขอแบบไม่มาม่าบ้างนะคะไรท์ ขอบคุณที่มาให้หายคิดถึง
ปกติแทคมันลั๊ลลา แทคมันจะพูดมากกกกกกก
แต่เรื่องนี้ผิดคาด....
เรื่องที่ควรจะพูด ควรจะบอก
ดันไม่พูดไม่บอกซะงั๊น

ดีนะที่เป็นน้องชานมาเอาไปกิน ฮี่ๆๆ

สงสารแทคน้าาาาาา
แต่โมเม้นนั่งห้อยขา จุ๊บปากกัน
ต้องชานโฮซินะ ฮิ๊ววววววววววววววว


#6 By LoveLove_CS (103.7.57.18|110.169.186.85) on 2012-05-07 21:47

โอววว....น่าสงสารแทค ซะจริงๆ ปากแข็งทำมายยยยย
เพื่อนรักเพื่อน มันเศร้าเนอะ....นูนอก็หวานกะชาน.....
สบายใจไปเลย...ดราม่า กินใจมากค่ะ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้
ในชีวิตจริงของทุกๆคน สนุกมากค่ะ ขอบคุณค่า....

#5 By pimnuneo (103.7.57.18|58.8.196.120) on 2012-05-07 19:29

ชอบๆๆ ชอบเรื่องนี้มาก เพราะอะไรรู้ป่าว มันตรงกับเรื่องเพื่อนของเราตอนนี้มากๆเลย แบบเป๊ะมาก ถ้าในเรื่องนี้เพื่อนเราก็คือแทคนั่นเอง

แล้วมันก็เหมือนแทคในเรื่องนี่คือ ไม่เคยบอกไป แล้วมันเป๊ะอีกคือคนที่มันชอบตอนนี้ไปคบกับรุ่นน้องที่สนิทกัน เห้ยยยเป๊ะ ! อ่านแล้วอารมได้เลยอ่ะ สงสารแทคจริงจัง

แล้วเพื่อนเราก็ไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ เพราะทั้งคู่คือคนที่มันรัก

เข้าฟิค พี่ปรางแต่งเก่งอีกแล้นนน ชอบทุกเรื่องที่พี่แต่ง :)
ปกติอ่านแต่ชานนูนอ แต่ตอนแรกเห็นแทคกะจะไม่อ่านพอพ่วงชานมาด้วย เลยอ่านละกัน 555
แทคน่าสงสาร
แค่ ชานโฮ น่ารัก อ๊อกก โผล่มานิดๆหน่อยๆก้เขินม้วนตัวบิดไปหลายตลบ><

แบบแทคชั้นสงสารแกนะ แต่แบบเค้าสวีทกันขนาดนี้ปล่อยเค้าไปเหอะ

สุดท้าย เกลียดฟิค เกลียดแทคโฮชาน เกลียดพี่ปราง ?
ถ้ามันเป็นเกลียดในสไตล์พี่ปรางนะ 55555

question question

#4 By talay (103.7.57.18|27.55.3.61) on 2012-05-07 15:17

แทคโฮวววววววว
ตอนแรกอยากจะกระโดดกรีดร้อง วิ่งเข้ามาอ่านแทคโฮววว อย่างระรื่นใจ !!~

แต่พออ่านไปซักพัก...
แทคโฮ....โฮวววววววววววว
เพราะความปากแข็งทำให้แทคเสียนุ้งโฮไป ทั้งๆที่จริงๆแล้วสองคนนี้ใจตรงกัน อ่ะซิกๆ

แืทคต้องมาทำใจห่างๆ แต่ก็ยังเจอกันทุกวันทำให้ยิ่งตัดใจยาก....ใช่มั้ย

แทคน่าสงสาร นุ้งโฮก็น่าสงสาร
สงสารที่นุ้งโฮเคยรอมาตลอด สงสารแทคที่ปากแข็งจนเสียนุ้งโฮไป

ยิ่งตอนที่นุ้งโฮบอกว่า เลิกรอได้แล้ว นี่...
มันจี๊ดมากๆ อ่ะซิกๆ

แทคโฮดรามา T___T
ขอบคุณสำหรับฟิคน้านุ้งปราง รอติดตามเรื่องอื่นๆต่อนะคะ สู้ๆ Hot! Hot! Hot!

#3 By bonussen on 2012-05-07 14:32

โอ้ ดราม่าจริงๆด้วยตัวแรก นึกว่าจะพลิกค่ะ
สงสารแทคมาก หนึ่งคนก็เป็นเพื่อนรักที่แอบรัก อีกคนก็เป็นรุ่นน้องที่รัก
ทั้งสองมาคบกัน TT

แต่ชานโฮยังน่ารักเสมอ555(?)
แม้จะออกมานิดๆ555

อ่า ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ ติดตามค่ะ:))

#2 By Nunsky (103.7.57.18|124.120.121.230) on 2012-05-07 12:12

เอาใจไปเลยค่ะ พี่แต่งฟิคเก่งจัง (y) ยกนิ้วให้ๆ :)

สงสารแทคที่ต้องเป็นแบบนี้จัง ยิ่งจุนโฮมาบอกว่าเคยรอคำคำนั้นมาก่อน รอจนท้อทำให้รอไม่ไหว D: เป็นโมเม้นที่จี๊ดในใจมากค่า แทคยอนน เป็นพระรองที่น่าสงสารจริงๆ

แล้วก็ชอบชานนูนอเหมือนเดิม รักกันมากจริงๆเน้อ :) ออกมาแค่นิดเดียวแต่เอาใจไปเลย น่ารักมากมาก

ขอบคุณนะคะสำหรับฟิค หนูเป็นแฟนของพี่แล้ว ชอบเรื่องที่หวานๆกินใจแบบนี้มากค่ะ อ่านฉากแบบนั้นยังไม่ค่อยชิน เขินๆ ฮ่าๆๆๆ มือใหม่อ่ะ :$ หนูเลยชอบเรื่องรักซึ้งๆหวานๆมากกว่า แล้วจะมาติดตามเรื่อยๆนะคะ!

#1 By bluecosmos on 2012-05-07 12:00