[Fic-Chanho] MISTER. ❤ {13}

posted on 22 May 2013 21:39 by yogurttakeabreakt
13
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

แทคยอนที่กำลังตรวจเอกสารกองเบ้อเริ่มเกี่ยวกับโปรเจคการสร้างโรงแรมในเครืออ๊คที่ใหม่ก็ต้องเงยหน้าขึ้นเมื่อเสียงโทรศัพท์จากเลขาหน้าห้องของเขาดังขึ้น ร่างสูงกดปุ่มเพื่อฟังว่ามีเรื่องอะไร เสียงเล็กๆของเลขาแจ้งว่ามีคนมาขอพบด่วน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ในเวลาอย่างนี้ใครกันนะที่จะมาขอพบเขาด่วน คงไม่ใช่ลูกค้าเป็นแน่แท้ เสียงทุ้มเอ่ยถามออกไปและเมื่อได้รับคำตอบก็ต้องนิ่งไป

 

“สวัสดีจ้ะแทคยอน ไม่เจอกันนาน หล่อขึ้นนะเรา”ประตูห้องทำงานเปิดพร้อมกับร่างของหญิงมีอายุในชุดสูทกับกระโปรงเข้าชุดกัน ใบหน้าอันงดงาม ริมฝีปากหยักบางที่แต่งแต้มด้วยสีแดงเข้มคลี่ยิ้มอย่างใจดีให้ชายหนุ่ม แทคยอนลุกขึ้นก่อนจะโค้งอย่างนอบน้อม

“สวัสดีครับคุณน้า ไม่เจอกันนาน ยังสวยอย่างเคยนะครับ เชิญนั่งก่อนครับ”แทคยอนยิ้มแม้ในใจจะรู้สึกหวั่นกับการปรากฎตัวของผู้หญิงคนนี้

 

“คุณน้าสบายดีนะครับ? ทำไมจู่ๆถึงได้กลับมาเกาหลี ธุระในบริษัทที่อเมริกาเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือครับ?”เสียงทุ้มเอ่ยถามตามมารยาทแม้ในใจจะรู้ดีแล้วว่าอีกฝ่ายทิ้งงานที่อเมริกากลับมาเกาหลีทำไม เสียงหัวเราะของ คุณน้า ดังขึ้นเล็กน้อย แต่มันกลับทำให้แทคยอนรู้สึกขนลุกซู่

“น้าสบายดี แต่แทคยอนไม่น่าถามน้าเลยว่าน้ากลับมาทำไม ในเมื่อแทคยอนก็สืบเรื่องจนรู้แล้วไม่ใช่หรือจ้ะ?”ดวงตาคมนั้นมองแทคยอนนิ่งๆ แม้จะเป็นคนใจดี แต่สำหรับเหตุการณ์ตอนนี้แทคยอนไม่กล้าคิดเลยว่าอีกฝ่ายวางแผนอะไรไว้ในหัว

 

“เรื่องของหนูจุนโฮ…แทคยอนเล่าให้น้าฟังได้ไหม?”แทคยอนลอบกลืนน้ำลายพลันนึกถึงหน้าของเพื่อนรัก เขาควรจะปกป้องเพื่อนรักของเขาใช่ไหม แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้รู้สึกกลัวคนตรงหน้ามากกว่าจะห่วงเพื่อนล่ะเนี่ย

“เอ่อ…แล้วคุณน้าซุนมีอยากทราบเรื่องอะไรของจุนโฮอีกล่ะครับ”ซุนมียกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อแทคยอนเองก็ไม่ได้กลัวเธอเสียทีเดียว แถมยังพูดย้อนอย่างรู้ทันว่าเธอเองก็สืบเรื่องของจุนโฮแทบจะทุกอย่าง

 

“เรื่องพื้นๆน้าก็พอจะรู้แล้ว แต่ที่น้าอยากรู้…ชานซองคบกับจุนโฮจริงๆอย่างนั้นหรือ? แล้วมันเป็นไปอย่างนั้นได้อย่างไรกัน?”หนุ่มผิวเข้มถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้ซุนมี คุณแม่ของชานซอง ไม่ว่าอย่างไรผู้หญิงตรงหน้าก็จะไม่มีวันกลับจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ แทคยอนไม่มีทางเลือก เพราะถึงจะปิดเป็นความลับต่อไป เมื่อถึงวันนั้น วันที่ชานซองจะต้องแสดงตนรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์ของเขากับจุนโฮ ซุนมีก็ต้องรู้อยู่ดี

 

“แต่ว่า…ถ้าหากคุณน้ามีความต้องการในเรื่องใดก็ตาม อย่างเพิ่งให้ชานซองต้องเลิกกับจุนโฮเลยนะครับ…ถือว่าผมขอร้องเถอะครับ”แทคยอนละคำพูดใน เรื่องนั้น ออกไป ดวงตาคมนั้นส่งต่อการขอร้องไปยังซุนมี หญิงสูงวัยอมยิ้มอ่อนโยน

“น้าไม่ใช่คุณแม่ใจร้ายอย่างนั้น แทคยอนก็รู้ดีนี่จ้ะ ไม่ว่าชานซองจะทำอะไรน้าก็ไม่เคยห้าม ขอเพียงชานซองมีความสุข แต่ว่า…น้าก็แค่อยากรู้เรื่องราวทั้งหมดก็เท่านั้นแหละจ้ะ”ซุนมีลุกขึ้น แทคยอนลุกขึ้นตามเมื่อพบว่าอีกฝ่ายกำลังจะกลับ มือใหญ่เปิดประตูให้ แม้จะงงๆที่อีกฝ่ายมาเร็วไปเร็วเหลือเกิน

 

“น้าไม่รบกวนเวลาของแทคแล้วล่ะ น้ารู้ว่างานเยอะ ขอบใจมากนะจ้ะเรื่องหนูจุนโฮ ไว้วันหลังมาทานข้าวที่บ้านนะ”ซุนมียิ้มพลางเลื่อนมือมาลูบหลังมือของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยนอย่างที่ชอบทำบ่อยๆ แทคยอนส่งยิ้มไปให้และโค้งให้น้อยๆ

“ครับ กลับดีๆนะครับ”เมื่อมองอีกฝ่ายเดินไปจนลับสายตา แทคยอนก็หุบยิ้มและรีบปิดประตูอย่างรวดเร็ว ร่างสูงโปร่งพุ่งตรงไปที่โทรศัพท์มือถือและกดต่อสายเพื่อนรักอย่างรวดเร็ว

 

“เชี่ย ไอ้ชาน รีบรับสิวะ อ้ะ! ไอ้ชานโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”แทคยอนร้องเสียงดังใส่โทรศัพท์ที่คาดว่าชานซองคงจะทำหน้าไม่พอใจและดึงโทรศัพท์ห่างออกจากหูเป็นแน่

“มีอะไรวะทำไมต้องเสียงดัง ใครเป็นอะไรหรือไง!?”ชานซองตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก็เล่นโทรมาในเวลางานเสียขนาดนี้ ถ้าไม่ด่วนจริงโดนเลาะฟันแน่อ๊คแทคยอน!

 

“โอ้ยยย ยิ่งกว่าใครเป็นอะไรซะอีกมึง มึงรู้มั้ยน่ะเมื่อกี้ เมื่อกี้เลยใครมาหากูถึงบริษัท”คนผิวเข้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน ชานซองขมวดคิ้ว “ใคร? กิ๊กเก่ามึง?”

“ไม่ใช่!! แม่มึงอะ คุณซุนมีมาหากูถึงที่ มาถามกูเรื่องมึงกับจุนโฮ กูนี่ขนลุกซู่ ซู่ ห่วงก็ห่วงมึงแต่กลัวแม่มึงมากกว่า ทำหน้ายิ้มแบบนั้นต้องมีแผนอะไรแน่ๆ ชิบหายแล้วไงล่ะ!”ชานซองนิ่งทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น เขาชักเริ่มรู้สึกแล้วล่ะสิว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาถึงขั้นที่แม่ของเขาจะทิ้งบริษัทที่อเมริกาเพื่อกลับมาหาเขา

 

“ขอบใจมากไอ้แทค แต่กูคิดว่าสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้อะไรมากมายหรอก เพราะที่บ้านกูก็ไม่มีนโยบายจับกูแต่งงานอยู่แล้ว แต่ก็…น่ากลัวอยู่เหมือนกัน”แทคยอนถอนหายใจ เขารู้ว่าที่บ้านของชานซองไม่มีนโยบายที่จะบังคับลูกชายให้แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก แต่คบกับผู้ชายเนี่ยก็ยังไม่รู้หรอกนะว่าจะมีเสียงตอบรับยังไง แล้วยังเป็นเด็กไม่บรรลุนิติภาวะอีก ถ้าจะเสียทุกกระทงแบบนี้น่ะนะไอ้ชานซองเอ้ยมึงไม่รอดแน่ๆ

 

“ถ้ามีอะไรรีบบอกกูเลยนะ กูช่วยมึงเต็มที่ เชี่ย น่ากลัวมากจริงๆ”แทคยอนหัวสั่นหัวคลอนก่อนจะวางสายจากเพื่อนรักและแยกย้ายไปทำงานของตน คนผิวเข้มนั่งถอนหายใจเครียดเรื่องเพื่อนรักได้ไม่นาน เสียงเตือนข้อความจากนิชคุณก็ทำเอายิ้มเสียจนลืมไปแล้วว่าก่อนหน้าเครียดเรื่องอะไร

 

ผมกำลังจะพักเที่ยงแล้วช่วงบ่ายผมก็ว่าง นายว่างไหม?

 

ว่างสิคร้าบ สำหรับคุณผมว่างเสมอ คุณอยากไปกินข้าวที่ไหนครับ?

 

แทคยอนระบายยิ้มอ่อนโยนเมื่อถึงดวงหน้าหวานของคุณหมอจอมซึน ช่วงนี้แม้จะยังปากแข็งอยู่บ้างแต่นิชคุณก็เริ่มที่จะแสดงออกมากขึ้นและนั่นก็ทำให้แทคยอนหลงอีกคนหัวปักหัวปำกว่าเก่า แม้ว่าจะไม่ได้ทำอะไรเกินเลยกันแม้แต่ปลายก้อย แต่แทคยอนก็ไม่ได้รู้สึกกระเหี้ยนกระหือรือต้องการอะไรจากอีกคน แค่เพียงรอยยิ้มหวานๆในบางครั้ง คำพูดที่แสดงออกอย่างที่ใจรู้สึก เขาก็ชื่นใจเสียจนตัวแทบจะลอยอยู่แล้ว เพียงแต่คุณหมอคนสวยจะรู้ไหมนะว่าเขาน่ะรักอีกคนมากถึงขนาดนี้

 

ไปที่ห้องผมไหม ผมอยากกลับห้อง รู้สึกเหนื่อยๆ

 

ได้สิครับ ถ้าอย่างนั้นเราทำอะไรกินกันที่ห้องของคุณ หรือซื้อเข้าไปกินดีครับ?

 

แทคยอนอมยิ้ม แถบจะเป็นความหายากเลยนะที่อีกฝ่ายจะเอ่ยปากให้ไปที่ห้อง แม้ว่าจะมีบ้างสองสามครั้งที่อีกคนยอมมาที่ห้องของเขา แต่แทบจะไม่เคยเลยที่แทคยอนจะได้เข้าไปเห็นห้องในคอนโดของอีกคน ไม่ต้องรอให้นิชคุณพูดว่ารอให้ไปรับ แทคยอนก็ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องทำงานเรียบร้อย แม้งานจะยุ่ง แต่สำหรับคนที่เขารักแล้วไม่ว่าอะไรก็ไม่สำคัญเท่า ร่างสูงเดินมาขึ้นรถคันหรูก่อนจะออกรถเพื่อไปรับคนรัก

 

“สวัสดีครับ วันนี้คนไข้ช่วงเช้าเยอะหรือครับ”แทคยอนยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับคุณหมอที่ขึ้นมานั่งบนรถด้วยท่าทางอ่อนแรง ดวงตากลมโตมองอีกคนก่อนจะอมยิ้ม นิชคุณพิงหัวกับเบาะหนังและหลับตาลงเพื่อพักสายตา

“ไม่ได้เยอะหรอกครับ แต่เคสของคนไข้ค่อนข้างเรื่องใหญ่ ผมเลยรู้สึกตึงเครียดไปด้วย”มือหนาของแทคยอนเอื้อมไปปัดเส้นผมที่ปรกหน้าผากมน ปลายนิ้วเรียวเลื่อนลงมาบีบคลึงที่ต้นคอด้านหลังที่ตึงเป็นพิเศษ ดวงตาคมมองดวงหน้าขาวใสด้วยประกายอ่อนโยน

 

“ไม่เครียดนะครับคนดี งั้นเดี๋ยววันนี้ผมทำมื้อเที่ยงให้คุณดีไหม?”เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา คนตัวขาวลืมตาขึ้นสบตาก่อนจะหัวเราะและดึงมือของแทคยอนออกจากต้นคอมาจับไว้เบาๆ

“ทำไมต้องพูดหวานเลี่ยนขนาดนี้ด้วย ผมอยากกินเนื้อผัดซอส!”ตบท้ายด้วยการสั่งที่ร่างสูงก็ออกจะเต็มใจเหลือเกิน แทคยอนยิ้มโชว์ฟันทุกซี่ในปากและออกรถพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

 

“ช่วงนี้…คุณชานซองเขาเป็นอย่างไรบ้างครับ?”คุณหมอหน้าหวานเอ่ยถามคนรักขึ้นเบาๆเมื่อนึกถึงคนไข้ที่หายหน้าหายตาไปเลย ร่างสูงที่พับแขนเสื้อพร้อมกับหั่นผักอยู่ในครัวก็หันกลับมามองคนที่นั่งจิบน้ำผลไม้ที่โต๊ะใกล้ๆกัน

“มันไม่ได้ไปหาคุณบ้างเลยใช่ไหมครับ? ไม่ต้องกังวลหรอกครับ เหมือนตอนนี้จะมีความสุขดี”แทคยอนยิ้มกริ่มจนอีกคนเข้าใจถึงความหมายแฝงอย่างดี นิชคุณย่นจมูกแล้วดื่มน้ำผลไม้อึกใหญ่ แทคยอนหัวเราะในลำคอก่อนที่วูบหนึ่ง แววตาที่ติดจะขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นวิตกกังวล

 

“ผมขอถามอะไรคุณอย่างหนึ่ง อย่าตอบผมในฐานะจิตแพทย์นะครับ ช่วยตอบผมในฐานะคนรัก…”ดวงตากลมของนิชคุณเหลือบมองแทคยอนที่จู่ๆก็มีน้ำเสียงและใบหน้าที่ติดจะกังวลอะไรบางอย่าง และยิ่งย้ำให้ตอบในฐานะของคนรักแล้ว…นิชคุณก็รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ทำไมต้องหน้าเครียดขนาดนั้นด้วย มันเกี่ยวกับฉันอย่างนั้นหรือไง?”แทคยอนยิ้มและส่ายหัว เขาหยิบผักที่หั่นไว้ใส่ชามก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อนำเนื้อที่หมักไว้ออกมาและเตรียมผัดกับซอสเผ็ดอย่างที่อีกคนชอบ

 

“เปล่าหรอกครับ ไม่เกี่ยวกับเราสองคน แต่ผมอยากถามว่าถ้าสมมติแล้ววันหนึ่ง เราสองคนคบกันไปเรื่อยๆ ไปถึงจุดจุดหนึ่ง ที่คุณพ่อคุณแม่ของผมหรือคุณจะรู้ แล้วถ้าท่านไม่ยอมรับ ท่านสั่งให้คุณเลิกกับผม อาจจะไม่ได้บังคับให้ไปคบกับคนอื่นแต่ก็บังคับให้เลิกกับผมทันที โดยที่คุณ...ยังรักผม เอ่อ…ยังไงดีล่ะ”แทคยอนพูดอย่างเก้ๆกังๆ เขาไม่ถนัดเลยกับการพูดคุยเรื่องจริงจังหรือเรื่องที่ยังไม่มาถึงแบบนี้ แต่เพราะว่าเขาเป็นห่วงชานซองและจุนโฮจนอดไม่ได้ที่จะต้องพูดคุยกับนิชคุณ คนตาโตเม้มปากและถอนหายใจ

 

“ผมตอบไม่ได้แน่ชัดหรอกครับ…เพราะมันเลือกยากระหว่างการทำเพื่อตัวเองกับทำเพื่อพ่อแม่ ถ้าผมคบกับนายแล้วพ่อแม่ไม่สบายใจ ผมต้องทำให้ท่านเสียใจ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะทนอย่างนั้นได้ไหม แต่ถ้าจะโดนบังคับให้เลิกกับนาย…ผมก็ทำไม่ได้เหมือนกัน”แทค